Filmsoon.com ข่าวหนังใหม่ ตัวอย่างหนังใหม่ วิจารณ์หนัง
X-Men: Days of Future Past

     ถ้าจะให้พูดถึงหนังซูเปอร์ฮีโร่ของเครือมาร์เวลยุคแรกๆที่ประสบความสำเร็จ หนึ่งในนั้นผมคิดว่าต้องมีหนัง X-Men อยู่ด้วยครับ ตลอดสิบกว่าปีที่ผ่านมานี้นักดูหนังอย่างเราๆก็ต่างคุ้นเคยกับชื่อ X-Men มาตลอด เราได้เห็นพัฒนาการของหนังเรื่องนี้ไปในทิศทางต่างๆในหลายๆภาค อาจจะเป็นภาคที่ดีบ้าง แป้กบ้าง แต่โดยรวมแล้วเรื่องราวของ X-Men ก็ยังคงเป็นเรื่องราวที่นักดูหนังอย่างเรายังติดตามและรับชมทุกครั้งที่เรื่องราวของเหล่ามนุษย์กลายพันธุ์ภาคใหม่ๆออกฉาย และในตอนนี้ X-Men: Days of Future Past หรือในชื่อไทยว่า เอ็กซ์เมน: สงครามวันพิฆาตกู้อนาคต ก็จะเป็นอีกภาคที่จะบอกเล่าเรื่องราวของเหล่ามนุษย์กลายพันธุ์อีกครั้งหนึ่งครับ ซึ่งครั้งนี้เป็นถือได้ว่าเป็นการเชื่อมโยงเรื่องราวของแต่ล่ะภาคที่ดูกระจัดกระจายให้กลับเข้ามาหากัน แม้ว่าจะไม่เชื่อมโยงกันอย่างแนบสนิท แต่ผมคิดว่าเป็นการเชื่อมโยงเรื่องราวทุกๆภาคที่หนังภาคนี้สามารถทำได้อย่างยอดเยี่ยมที่สุดแล้วครับ

     หนังเปิดเรื่องมาในโลกยุคอนาคตอันใกล้ เมื่อหุ่นยนต์ที่ทำหน้าที่กวาดล้างมนุษย์กลายพันธุ์ที่ชื่อว่าเซนติเนล ได้ทำการออกกวาดล้างเหล่ามนุษย์กลายพันธุ์จนเกิดเป็นสงครามครั้งใหญ่ ทำให้กลุ่มมนุษย์กลายพันธุ์ที่เหลือรอดนำโดยชาร์ล เซเวียร์, แมกนีโต้, สตอร์ม, วูลฟ์เวอรีน รวมไปถึงมนุษย์กลายพันธุ์ผู้ที่คอยให้ความช่วยเหลือ ได้ทำการวางแผนที่จะย้อนเวลากลับไปหยุดยั้งหายนะที่เกิดขึ้นในอดีต ด้วยเหตุผลบางประการดูเหมือนว่าวูลฟ์เวอรีนจะเป็นคนเดียวที่สามารถย้อนเวลากลับไปได้ นั่นจึงทำให้เขาถูกส่งกลับมาในช่วงปี 1973 เพื่อเตือนชาร์ลและแมกนีโต้ในวัยหนุ่ม รวมไปถึงเหล่ามนุษย์กลายพันธุ์ถึงสาเหตุที่จะทำให้เกิดสงครามล้างเผ่าพันธุ์ในอนาคตข้างหน้า ในขณะเดียวกัน ทราส อินดัสทรีย์ บริษัทผู้ผลิตหุ่นเซนติเนลก็ได้เริ่มโปรเจคหุ่นเซนติเนลรุ่นแรกไปแล้วและวางแผนที่จะจับตัวมนุษย์กลายพันธุ์คนหนึ่งเพื่อการทดลองที่จะเป็นจุดเริ่มต้นของสงคราม บัดนี้ การต่อสู้ดิ้นรนเพื่อเอาชึวิตรอดและความคงอยู่ของเหล่ามนุษย์กลายพันธุ์ทั้งในอดีตและอนาคตได้เกิดขึ้นพร้อมกันแล้ว

     หนังยังคงความสนุกตามสไตล์ของ X-Men เช่นเดิมครับ ในช่วงต้นเรื่องเราจะได้เห็นฉากแอคชั่นเจ๋งๆของเหล่ามนุษย์กลายพันธุ์ในการต่อสู้กับหุ่นเซนติเนล(ตัวละครบลิงค์ของฟาน ปิง ปิงขโมยซีนมากครับ) จากนั้นหนังจะเข้าสู่ประเด็นหลักในการย้อนเวลาของตัวเอกของเรื่อง ระหว่างที่เรื่องราวกำลังดำเนินไป หนังจะมีประเด็นจาก X-Men ภาคก่อนๆมาใส่เอาไว้ค่อนข้างเยอะ นั่นหมายถึงว่าคนที่ไม่เคยดู X-Men ภาคก่อนหน้านี้จะเสียอรรถรสและค่อนข้างงงๆไปกับบทสนทนารวมไปถึงมุกตลกที่หนังนำเสนอครับ หนังไม่ได้เน้นฉากแอคชั่นที่หวือหวาอะไรมากเท่าไร แต่ว่าฉากแอคชั่นนั้นดูจะได้รับการออกแบบมาเป็นอย่างดี โดยเฉพาะฉากความเร็วของตัวละครควิก ซิลเวอร์ ต้องขอชมเลยว่าฉากดังกล่าวทำออกมาได้เจ๋งและเรียกเสียงฮือฮาจากผู้ชมได้เกือบทั้งโรง อีกจุดหนึ่งที่หนังเรื่องนี้ทำได้ดีคือการเฉลี่ยบทของตัวละครที่ทำออกมาได้ค่อนข้างทั่วถึง แม้ว่าอาจจะมีตัวละครที่มีบทรองลงมา แต่บทดังกล่าวก็ยังมีความโดดเด่นในส่วนของพวกเขาเองด้วย

     ในส่วนของข้อเสีย ด้วยเพราะว่าหนังมีการบอกเล่าเรื่องราวผ่านการย้อนเวลา และมีการนำเสนอเรื่องราวระหว่างอดีตและอนาคต มีบางช่วงบางตอนของบทสนทนาของตัวละครที่ผมฟังแล้วไม่ค่อยเข้าใจ และเมื่อผมพยายามไล่เรียงเพื่อทำความเข้าใจ ตัวหนังก็ตัดไปฉากอื่นแล้ว รู้สึกว่าจะมีจุดอย่างนี้อยู่ 2-3 จุดครับ จุดที่ผมบอกมานี้แล้วแต่คุณตัดสินกันครับ อาจจะเป็นเพราะผมมึนๆไปเองด้วยล่ะมั้ง ฮ่าา

     สรุปแล้ว X-Men: Days of Future Past ก็ยังคงสานต่อเรื่องราวของเหล่ามนุษย์กลายพันธุ์ที่คุณคุ้นเคยได้อย่างสนุกสนาน เพียงแต่ว่าความสนุกของหนังเรื่องนี้นั้นอยู่ที่ว่าคุณจำเรื่องราวจากภาคก่อนๆได้มากน้อยแค่ไหนด้วยครับ อาจจะมีบางช่วงบางตอนที่งงๆกับบทสนทนาของตัวละครไปบ้าง แต่นั่นก็ถือว่าเป็นเรื่องเล็กน้อยถ้าหากเปรียบเทียบกับฉากแอคชั่นที่ทำออกมาได้เจ๋งและดูแปลกใหม่ โดยเฉพาะฉากยกสนามกีฬาในช่วงท้ายเรื่องถือได้ว่าเป็นไฮไลท์ของเรื่องเลยก็ว่าได้ครับ

#ลองอ่านเนื้อหาที่เกี่ยวข้อง