Filmsoon.com ข่าวหนังใหม่ ตัวอย่างหนังใหม่ วิจารณ์หนัง
What If

     จะว่าไปหนังรักเรื่องที่สุดท้ายที่ผมได้ดูคือ About Time ซึ่งเรื่องนั้นก็ได้ใจผมไปเต็มๆ จนกระทั่งผมได้เห็นตัวอย่างของ What If หนังรักโรแมนติกเรื่องแรกของแดเนี่ยล เรดคลิฟต์หลังจากเรื่องราวในโลกพ่อมดของเขาได้จบลงไป จากที่ได้ดูตัวอย่างจบ หนังเรื่องนี้ก็อยู่ในความสนใจของผมอย่างเงียบๆมาตลอด จนกระทั่งวันนี้ได้มีโอกาสไปดูในที่สุด

     หนังเป็นเรื่องราวของ"วอลเลซ"(แดเนี่ยล เรดคลิฟต์) นักศึกษาแพทย์ที่ดรอปเรียนกลางคันด้วยเหตุผลเพราะปัญหาความรักกับแฟนสาวของเขา วอลเลซตัดสินใจที่จะอยู่อย่างเงียบๆสักพักจนกระทั่งเขาได้มาพบกับ"แชนทรี"(โซล คาซาน) เอนิเมเตอร์สาวอารมณ์ดีผู้ที่เป็นลูกพี่ลูกน้องกับ"อลัน"(อดัม ไดรเวอร์)เพื่อนรูมเมทของเขา การได้พบกับแชนทรีทำให้วอลเลซหลงรักเธอขึ้นมาทันที ติดเพียงปัญหาอยู่อย่างเดียวคือเธอมีแฟนหนุ่มที่คบกันมานานอยู่แล้ว ด้วยเหตุนี้ทำให้วอลเลซจึงเป็นได้แค่เพื่อนกับแชนทรีและเขาต้องพยายามรักษาระยะห่างของความสัมพันธ์เอาไว้ แต่จะทำไงได้ล่ะ ในเมื่อหัวใจมันเรียกร้อง

     ตลอดทั้งเรื่องคุณจะสนุกสนานไปกับสถานการณ์ที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกของวอลเลซครับ ด้วยเรื่องราวที่ดูสบายๆและมุกตลกที่ไม่ได้ฮาอะไรมากมายแต่หนังกลับทำให้ตลกได้ด้วยจังหวะที่ลงตัว ฉากขำๆส่วนใหญ่ในเรื่องจะมาจากตัวละครรอบตัววอลเลซและแชนทรีซะส่วนใหญ่ ในขณะเดียวกันเรื่องราวในหนังที่ดำเนินไปก็ไม่ได้ดูน่าเบื่อและสามารถบอกเล่าเรื่องราวได้อย่างมีชั้นเชิงแม้ว่าจะมีฉากที่ไม่ค่อยเป็นประเด็นกับเรื่องราวอยู่บ้างแต่ก็ไม่ได้ให้ความรู้สึกว่าหนังพยายามมายัดเยียดให้คุณดู

     การแสดงของเดเนี่ยลในเรื่องเป็นอะไรที่ค่อนข้างแปลกตาสำหรับผมครับ เพราะตลอดสิบกว่าปีที่ผ่านมาผมได้เห็นเขาในบทบาทของพ่อมดแฮร์รี่ พอตเตอร์มาตลอด การได้เห็นเขาในหนังที่เป็นโลกของมักเกิ้ลและบทบาทของชายหนุ่มผู้เข็ดหลาบกับความรัก แดเนี่ยลถือว่าทำได้ดีครับ อีกด้านหนึ่งคือโซล คาซาน ส่วนตัวผมไม่เคยเห็นผลงานของเธอในหนังเรื่องไหนมาก่อน แต่ในหนังเรื่องนี้ผมว่าเธอดูมีเสน่ห์นะ อีกอย่างนึงคือผมสังเกตเห็นว่าคาแรคเตอร์ตัวละครแชนทรีจะไม่ค่อยได้แต่งหน้าทำผมสักเท่าไร แต่เธอก็สามารถทำให้ตัวละครตัวนี้ดูมีเสน่ห์ได้มากทีเดียว

     จากทั้งหมดแล้วผมคิดว่าคุณน่าจะไปดูหนังเรื่องนี้ครับ ด้วยเนื้อหาที่ดูได้อย่างสบายๆไม่เครียด มุมกล้องและเพลงประกอบที่เข้ากันได้ดีกับเรื่องราวที่บอกเล่าได้อย่างมีชั้นเชิง มุกตลกที่มาได้จังหวะอย่างลงตัว พร้อมทั้งฉากดราม่าที่ไม่เครียดจนเกินไป ปัจจัยทั้งหมดทำให้หนังเรื่องนี้เหมาะที่จะไปดูกับคนรักของคุณหรือว่าจะไปดูคนเดียวก็ยังได้ครับ

#ลองอ่านเนื้อหาที่เกี่ยวข้อง