Filmsoon.com ข่าวหนังใหม่ ตัวอย่างหนังใหม่ วิจารณ์หนัง
American Sniper

    ส่วนตัวผมไม่เคยมีโอกาสได้ดูหนังที่กำกับโดยคลินท์ อีสต์วู๊ด แต่ก็พอทราบมาบ้างว่าการผันตัวจากนักแสดงมาเป็นผู้กำกับหนังของเขานั้นดูจะได้รับการตอบรับที่ดี กระทั่งล่าสุดได้มีโอกาสมารับชมหนัง American Sniper ผลงานใหม่ของอีสต์วู๊ดที่เปิดรอบพิเศษไปเมื่อวานนี้และมีกำหนดจะลงโรงฉายให้เราได้ดูกันสัปดาห์นี้ ส่วนตัวเห็นว่าเป็นหนังที่ดีเรื่องหนึ่งและอยากให้คอหนังแอคชั่น-ดราม่าได้มีโอกาสไปดูกันครับ

     American Sniper บอกเล่าเรื่องราวชีวิตของคริส ไคลน์(แบรดลี่ย์ คูเปอร์) มือสไนเปอร์หน่วยซีลที่มีตัวตนอยู่จริง เขาได้รับการขนามนามว่าเป็นมือสไนเปอร์ที่มีฝีมือฉกาจฉกรรจ์ที่สุดของอเมริกาด้วยเพราะฝีมือการซุ่มยิงของเขานั้นได้ช่วยเหลือชีวิตนาวิกโยธินของสหรัฐมามากมายในสงครามอิรักจนทำให้เขาได้รับการขนานนามว่า"สุดยอดตำนาน"จากเพื่อนร่วมรบ แต่อีกด้านหนึ่งทางฝ่ายต่อต้านของอิรักก็ได้ตั้งค่าหัวของเขาไว้เช่นกัน วันเวลาที่ผ่านไปนานในสมรภูมิ การใช้ชีวิตในวังวนสงครามของคริสดูจะซึมซับเข้าสู่ความรู้สึกของเขาและเมื่อเขาได้กลับบ้านมาก็ได้พบว่าสงครามได้ตามมาหลอกหลอนเขาด้วย

     ในช่วงแรกหนังจะพาเราไปทำความรู้จักกับชีวิตของตัวละครคริส ช่วงนี้ตัวหนังดำเนินเรื่องได้ดีและไม่ดูน่าเบื่อ หนังนำเสนอให้เราได้เห็นประเด็นความคิดของตัวละครและทำให้เราได้อินไปกับการเติบโตทางความคิดของคริส ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวในช่วงวัยรุ่น การเข้าฝึกหน่วยซีลหรือการสร้างครอบครัว หนังตัดสลับให้เราได้เห็นแต่ละประเด็นได้อย่างลงตัว กระทั่งเข้าสู่ช่วงสงครามการบุกอิรักเนื่องจากเหตุการณ์ 9/11 ช่วงนี้แหละที่หนังเริ่มพีคและพาเราเข้าไปสู่อารมณ์ของตัวละครที่ต้องตัดสินใจผ่านกล้องของปืนไรเฟิลที่เขาใช้สังหารศัตรู ที่ต้องขอชมคือหนังสามารถถ่ายทอดอารมณ์ความกดดันพร้อมทั้งเสียงประกอบที่ทำให้คุณแทบต้องกลั้นหายใจและลุ้นว่าตัวเอกจะตัดสินใจอย่างไร แต่ช่วงกลางเรื่องผมค่อนข้างจะงงๆตรงบางช่วงบางตอนตรงที่หนังอยากจะแอคชั่นก็แอคชั่น แต่บางช่วงก็อยากจะกลับมากดดันผ่านลำกล้องปืนไรเฟิลซะงั้น เหมือนกับจะงงๆทิศทางของตัวเองไปแป๊บนึง แต่ในช่วงท้ายนี่ได้ใจไปเต็มๆด้วยเพราะหนังใส่ฉากแอคชั่นสงครามมาให้เราได้ดูและเฉลยประเด็นคาใจของตัวละครพร้อมทั้งเฉลยเรื่องราวในชีวิตจริงๆของคริสให้เราได้รู้กันครับ

     ตลอดทั้งเรื่องแบรดลี่ย์ คูเปอร์จะเป็นคนอุ้มหนังทั้งเรื่องเอาไว้ครับ ซึ่งถือว่าเขาทำได้ดีและสอบผ่านในบทดราม่าเพราะตลอดทั้งเรื่องจะดำเนินเรื่องราวผ่านมุมมองของตัวละครคริสทั้งหมด แบรดลี่ย์ก็สามารถทำได้ดีในทุกฉากและเรียกอารมณ์คนดูให้อินตามไประดับหนึ่ง อีกคนคือเซียนน่า มิลลเลอร์ที่รับบทเทย่า ไคลน์ ภรรยาคู่ชีวิตของคริสที่ต้องแบกรับภาระในการเลี้ยงดูลูกๆในขณะที่สามีไปรบและความสัมพันธ์ของสามีภรรยาที่ต้องช่วยกันสร้างครอบครัวและดูแลลูกๆ ทั้่งคน 2 ก็ทำหน้าที่ได้ดีในการต่อบทให้กันและกันครับ

     มาถึงฉากแอคชั่น อย่างที่ผมเกริ่นไว้ว่าหนังเรื่องนี้เป็นหนังสงครามในอิรักและฉากแอคชั่นทำออกมาให้อารมณ์ของเกมส์แอคชั่นสงครามอย่าง BattleField หรือ Call of Duty แต่ก็ไม่ถึงกับระเบิดภูเขาเผากระท่อมอะไรนะครับ หนังจะเน้นไปที่ฉากการรบจริงๆที่ดูเก้ๆกังๆมากกว่าจะเน้นมาดเท่ๆของตัวละคร มีหลายฉากที่บีบคั้นอารมณ์และถ่ายทอดภาพความเลวร้ายของสงครามออกมาได้จนน่าขนลุก โดยรวมก็ถือว่าทำได้ดีและเฉลี่ยอรรถรสในส่วนนี้ให้เราได้ดูกันแบบไม่ทำให้หนังน่าเบื่อ

     โดยสรุปแล้ว American Sniper เป็นหนังที่เหมาะกับคอหนังแนวดราม่าผสมไปกับความแอคชั่นที่ไม่มากเกินไปและไม่ได้นำเสนอมาดเท่ของตัวละคร ตลอดทั้งเรื่องคุณจะได้ติดตามชีวิตของชายคนหนึ่งตั้งแต่เด็กจนเป็นผู้ใหญ่และได้เห็นพัฒนาการทางวุฒิภาวะของเขาที่เปลี่ยนไป หนังจะพาคุณไปสัมผัสอารมณ์ความกดดันของสงครามและให้คุณได้ลุ้นไปกับการตัดสินใจของตัวละครว่าเขาตัดสินใจอย่างไรที่จะเด็ดชีวิตคนๆหนึ่งผ่านกล้องส่องของปืนไรเฟิลในมือเขา อีกทั้งยังได้เห็นประเด็นของการรักษาชีวิตคู่ให้ไปกันได้ตลอดรอดฝั่งในช่วงเวลาที่ยากลำบากเช่นนี้ ใครที่อยากดูหนังแอคชั่น-ดราม่าที่ผสมกันได้อย่างลงตัวในสุดสัปดาห์นี้ American Sniper คือหนังที่น่าจะตอบโจทย์ของคุณได้ครับ

ปล. เสียงเอฟเฟคประกอบหนังเรื่องนี้เรียกอารมณ์กดดันและขึงขังได้มากๆ แนะนำให้ชมในระบบ IMAX ครับผม

#ลองอ่านเนื้อหาที่เกี่ยวข้อง